ประวัติชา เครื่องดื่ม 5,000 ปี สู่มือคุณ

ชา คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “ชา” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมแทบจะทุกแห่งบนโลก โดยกว่าที่ชาจะกลายมาเป็นเครื่องดื่มของมนุษยชาติในทุกวันนี้ ก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปได้ไกลถึง 2,700 ปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียวหากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักรสชาติและประโยชน์ของคอมบูชา ก็คงทราบดีว่า “ชา” Jack Daniel’s

คือส่วนประกอบพื้นฐานสำคัญที่ทำให้คอมบูชาเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ชายังเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มดับกระหาย หรือดื่มแบบร้อนก็ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายหากคุณลองสังเกตให้ดีจะพบว่าบนโลกนี้มีคำเรียกชาอยู่เพียง 2 ประเภทเท่านั้น นั่นก็คือ “ชา” (cha) และ “tea หรือ te” เครื่องดื่ม 2024 โดยอาจจะสะกดหรือออกเสียงแตกต่างกันไปบ้างตามแต่ละภูมิภาค จึงทำให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์ที่มาของชานั้น มีต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกัน ชานมไข่มุก ก่อนจะเดินทางไปไกลและเป็นที่นิยมทั่วโลกในปัจจุบันถ้าอย่างนั้นชาถือกำเนิดมาจากไหน แล้วชาเดินทางไปสู่ทั่วทุกมุมโลกได้อย่างไร เราไปค้นพบคำตอบพร้อมๆกันเลยครับ

ต้นกำเนิดชาในโลกตะวันออก

ชา วัฒนธรรมการดื่มชาแท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากโลกตะวันออกย้อนหลังไปได้ไกลถึง 2,737 ปีก่อนคริสตกาล หรือประมาณ 4,700 ปีก่อนโดยในโลกตะวันออกมักมองชาในฐานะน้ำอมฤต (elixir of life) อันศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณประโยชน์วิเศษมากมาย ในบางวัฒนธรรมยังมีการดื่มชาที่เป็นขั้นตอนเคร่งครัด เพื่อเป็นการให้เกียรติการดื่มชาในฐานะพิธีอันศักดิ์สิทธิ์อีกด้วยโดยชื่อเรียกทั้งสองแบบของชา ทั้ง “cha” และ “te” ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากภาษาจีนเหมือนกัน เพียงแต่อ่านออกเสียงในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกัน และถูกนำไปเผยแพร่ต่อไปทั่วโลกโดยชาวต่างชาติ นั่นก็คือ:

  • ชา (Cha): มาจากการอ่านออกเสียงแบบกวางตุ้งที่ใช้กันในแถบมณฑลกวางโจวในบริเวณ พาณิชย์อย่างฮ่องกงและมาเก๊า ซึ่งมีการติดต่อค้าขายกับชาวโปรตุเกสเป็นอย่างมาก และชาวโปรตุเกสก็ได้นำคำนี้ไปเผยแพร่ต่อในบริเวณประเทศอินเดียช่วงศตวรรษที่ 16 นั่นเอง
  • Te: มาจากสำเนียงฮกเกี้ยน โดยใช้ในแถบท่าเรือ Xiamen และ Quanzhou ที่ต้องติดต่อกับชาวยุโรปตะวันตกรวมไปถึงชาวดัตช์ ที่ได้นำคำนี้ไปเผยแพร่ต่อในดินแดนอาณานิคมอย่างชวา และทำการค้าขายกับชาวมาเลย์ และชาวดัตช์ได้นำคำนี้ไปใช้อย่างแพร่หลายในยุโรปตะวันตก จนทำให้ชาวอังกฤษรับมาใช้เป็นคำว่า “tea” ในปัจจุบัน Jack Daniel’s

ตำนาน (จักรพรรดิ) เฉินหนง

คำบอกเล่าที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับต้นกำเนิดชา ก็จะเป็นตำนานการกำเนิดชาเมื่อ 2,737 ปี ก่อนคริสตกาล โดยจักรพรรดิหรือเทพเจ้าที่มีชื่อว่า “เฉินหนง” (Shennong หรือ Shen Nung)ตำนานแรกกล่าวไว้ว่า จักรพรรดิเฉินหนงค้นพบใบชาเข้าโดยบังเอิญระหว่างกำลังนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้และให้บ่าวไพร่ต้มน้ำร้อนมาให้ ระหว่างนั้น มีใบไม้จากต้นไม้นั้นปลิวหล่นลงไปในถ้วยน้ำ ด้วยความที่จักรพรรดิรู้รอบเรื่องสมุนไพร จึงตัดสินใจลองดื่มน้ำที่มีรสของใบไม้ใบนั้นซึมซาบอยู่ในน้ำด้วย ใบไม้ใบนั้นร่วงมาจากต้น Camellia sinensis ตั้งในปัจจุบันก็คือต้นชานั่นเอง

อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่าเฉินหนงคือเทพแห่งการเพาะปลูกและผู้คิดค้นการกสิกรรม เขาเผลอถูกพิษเข้าโดยบังเอิญถึง 72 ครั้งระหว่างการเสาะหาสมุนไพรและธัญพืชที่กินได้ แต่ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงเพราะพิษต่างๆ ก็มีใบไม้ใบหนึ่งปลิวเข้าปากพอดี พอได้เคี้ยวใบไม้ใบนั้นร่างกายเขาก็กลับฟื้นตัวขึ้นอย่างเป็นปาฏิหาริย์ ใบไม้ใบนั้นก็คือใบชานั่นเองครับ

กำเนิดชาในประเทศจีน

มีหลักฐานโบราณคดีที่ยืนยันว่ามีการปลูกต้นชาไว้ในประเทศจีนตั้งแต่เมื่อ 6,000 ปีก่อน แต่ก่อนหน้านี้ชาวจีนบริโภคใบชาในฐานะส่วนประกอบในอาหาร ทั้งการกินแบบผักหรือการนำไปต้มกับโจ๊กจนในสมัยราชวงศ์ฮั่นก็เริ่มมีหลักฐานเกี่ยวกับการต้มชา จนเมื่อ 1,500 ปีที่ผ่านมาถึงเริ่มมีการค้นพบวิธีการสรรค์สร้างรสชาหลากหลายรูปแบบ นำมาสู่กรรมวิธีการผลิตชา 3 วิธี นั่นก็คือ การใช้ความร้อน การอัดชาให้เป็นก้อน และการบดใบชาให้เป็นผง โดยวิธีการหลังสุดนี้ กลายเป็นเครื่องดื่มที่เรียกว่า “โหม่ฉา (Mǒchá)” หรือผงชามัทฉะที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนั่นเองครับ Jack Daniel’s

การค้นพบกรรมวิธีการผลิตชาได้นำไปสู่วัฒนธรรมการดื่มชาในจีนอันเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ชื่นชอบของชาวจีน จนศิลปินหลากหลายสาขาล้วนนำไปพัฒนาในงานศิลป์ของตน อย่างเล่าจื๊อ นักปรัชญาคนสำคัญของจีน ได้พรรณนาลักษณะของชาไว้ว่าเป็นดั่งฟองแห่งหยกไหล และเป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ในน้ำอมฤตวัฒนธรรมการดื่มชาได้แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักรในสมัยราชวงศ์ถังกลางศตวรรษที่ 8 และได้แพร่กระจายไปทั่วเอเชียตะวันออก ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนามนับแต่นั้น ชานมไข่มุก

กรรมวิธีการผลิตชาและความนิยมในรูปแบบของชาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในราชวงศ์ซ่ง เมื่อเริ่มมีการผลิตชาแบบเต็มใบ (Loose-leaf Tea) โดยไม่มีการอัด ที่สามารถรักษาคุณลักษณะรสชาติของชาแต่ละชนิดไว้ได้ดีกว่า อันเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบันเมื่อถึงช่วงราชวงศ์หมิง จักรพรรดิจีนก็ได้เปลี่ยนมาตรฐานการผลิตชาจากการอัดใบชาขึ้นรูปมาเป็นตูมชาแห้งหรือชาเต็มใบโดยไม่มีการอัด เครื่องดื่ม 2024

และในช่วงราชวงศ์นี้ ก็ได้มีกรรมวิธีการผลิตชาแบบใหม่ๆเกิดขึ้น ทั้งการคั่วชาที่ช่วยหยุดกระบวนการ Oxidation ในใบชา การทำให้ใบชามีสีคล้ำเข้ม แต่เมื่อนำไปต้มน้ำ ชาที่ได้จะมีสีเขียวใสไม่ดูหมอง และในศตวรรษที่ 15 ผู้ผลิตลองนำเอาใบชามาหมักในระยะสั้นก่อนจะนำไปคั่ว จึงก่อเกิดเป็นชาอู่หลงขึ้น แต่ชาชนิดนี้กลับไม่ถูกปากชาวตะวันตกที่ชอบชาดำที่ผ่านกระบวนการ Oxidation อย่างเต็มที่มากกว่าครับ

การเดินทางของชาสู่ทั่วทุกมุมโลก

เมื่อชามาถึงยุโรปแม้วัฒนธรรมการดื่มชาจะเฟื่องฟูเป็นอย่างมากในทวีปเอเชียมานานนับพันปี ชาเพิ่งเข้าสู่ยุโรปและเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่เมื่อเพียงปลายศตวรรษที่ 16 นี้เอง โดยชาวโปรตุเกสที่เคยอยู่อาศัยในโลกตะวันออกโดยเฉพาะในมาเก๊า ทั้งผู้ที่เป็นพ่อค้าและมิชชันนารีที่นำใบชากลับมาเป็นของฝากให้ญาติและเพื่อนฝูง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ที่เริ่มทำการค้าขายชาในเชิงพาณิชย์กลับเป็นชาวดัตช์ที่เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในเส้นทางการค้ากับโลกตะวันออกแทนชาวโปรตุเกสโดยชาวดัตช์ได้ตั้งศูนย์การพาณิชย์อยู่ที่เกาะชวา แล้วเริ่มส่งออกใบชาจากเมืองจีนเข้าสู่ฮอลแลนด์จนชากลายเป็นสินค้านำสมัยและเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงชาวดัตช์ และได้แพร่กระจายออกไปทั่วยุโรปตะวันตกนั่นเองครับ เครื่องดื่ม 2024

อังกฤษกับการเป็นจ้าวแห่งชายุคใหม่

แม้ในยุโรปชาจะเริ่มเป็นที่นิยมตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 16 แต่ชาเพิ่งเริ่มเป็นที่รู้จักบนเกาะอังกฤษอีกกว่า 50 ปีถัดจากนั้น โดยเริ่มมีผู้นำมานำชามาขายในร้านกาแฟร้านแรกของอังกฤษที่กรุงลอนดอนในปี 1652 ซึ่งในขณะนั้นชายังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก โดยดูได้จากโฆษณาในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับชาในปี 1658 ชานมไข่มุก

ก็ยังพูดถึงชาในฐานะ “เครื่องดื่มที่มาจากจีน” อยู่เลยครับจนในปี 1662 พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ของอังกฤษ ได้อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงชาวโปรตุเกสที่มีชื่อว่า Catherine of Braganza ซึ่งพระองค์ทรงโปรดการดื่มชาเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้จึงผลักดันให้การดื่มชากลายมาเป็นกิจกรรมทางสังคมยอดนิยมของชนชั้นสูงในขณะนั้นไปโดยปริยาย

บทความแนะนำ